เรื่องของการสวดมนต์

posted on 19 Jul 2009 00:44 by myfivestars-ung  in Dharma

พอดีว่าวันนี้มีโอกาสได้เข้าพบ อาจารย์ วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ

ท่านเป็นอาจารย์ที่ใช้จิตสื่อกับหลวงปู่เกวาลัน ซึ่งเป็นฤาษีอยู่ที่หิมาลัย 

ท่านมักจะอธิบายถึงเรื่องของผลบุญผลกรรม และการสอนให้ปฏิบัติตัวอยู่ในศีลในธรรม

กตัญญูรู้คุณบิดามารดา 

จริงๆตอนแรกตั้งใจว่าจะไปปรึกษาเรื่องบวช

ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอาจารย์เลย 

อาจารย์ก็ทักขึ้นมาก่อนว่า 

"จะกลับอังกฤษเมื่อไหร่"

"อ่อ..ปลายเดือนกันยาฯครับ"

"แล้วกลับมาอีกเมื่อไหร่"

"ธันวาฯครับ"

"หรอ .. งั้นรีบบวชช่วงนั้นซะ"​

" !! "

(คิดในใจ อาจารย์ทราบได้ไงอะครับว่าผมอยากจะบวช)

และอาจารย์ก็แนะเสร็จสรรพเลยว่า ต้องให้ไปบวชที่นี่ๆๆๆเท่านั้นนะ 

ซึ่งอยู่แถว แม่แตง ซึ่งไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปเกือบชั่วโมง (ตามที่พนักงานหน้าโรงแรมบอก)

อาจารย์บอกว่า ให้ไปที่นี่ แล้วทุกอย่างจะดีเอง 

พรุ่งนี้ก็เลยว่าจะไปสำรวจซักหน่อย 

จะได้ปรึกษาอาจารย์ขอฤกษ์ขอยามด้วย

 

ก่อนหน้าที่จะลาอาจารย์กลับบ้าน 

อาจารย์ฝากบทสวดมา เป็นบทสวดขออโหสิกรรมเบื้องต้น

อาจารย์ย้ำว่าให้สวดทุกวันติดต่อกันหนึ่งเดือน

และอาจารย์ให้เบอร์โทรมา 

บอกว่าครบหนึ่งเดือน ให้โทรไปเบอร์นี้ ตอนเวลาแปดโมงเช้า ถึงแปดโมงครึ่ง 

แล้วจะรู้เองว่าทำไม .. ประมาณว่าอย่างนั้น

โอ้แม่เจ้า ..​

 

ตอนนี้ทุกวัน (เริ่มจากคืนนี้)​ ก็จะต้องสวดมนต์ให้ครบหนึ่งเดือนครับ

ทุกคนเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ว่าเราจะสวดได้สำเร็จทุกวันหรือไม่ 

(เหมือนทำ june write เลย)​

 

ห้าดาวให้กับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ครับวันนี้ :)

จะบวชอะครับ

posted on 13 Jul 2009 11:35 by myfivestars-ung  in People

เป็นเรื่องที่แปลกมากเลย

มาเชียงใหม่ครั้งนี้ มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเปลี่ยนไป 

ก่อนมายังรู้สึกเด๋อๆด๋าๆอยู่เลย 

พอมาที่นี่ มาอยู่คนเดียว ได้นั่งคิดได้อะไร ใจก็เกิดสุข 

คืนวันเสาร์ พนักงานที่โรงแรมพาไปเที่ยวกลางคืน 

เป็นการเที่ยวกลางคืนครั้งแรกในชีวิต (ไม่นับตอนที่เรียนที่อังกฤษเพราะอันนั้นเหมือนเป็นสำหรับนักเรียนโดยเฉพาะ)

ได้ไปเห็นแสงสี ต่างๆนาๆ ก็พอจะเข้าใจโลกแบบวัยรุ่นมากขึ้น

แป๊บเดียวพอวันอาทิตย์ตอนเย็นๆ 

เพื่อนอีกคนมาหา พาหนุ่มมาด้วย .. และ ..​

ชวนไปบวช ... O.o! 

ครับ ..​บอกว่าเนี่ยพี่ที่มาด้วยกัน (ตอนนั้นยังไม่เฉลยว่าพี่เค้าอยู่ในฐานะอะไร)​ เค้าเพิ่งสึกมา

เราก็ ..หรอๆ เออ ก็เคยสนใจอยากบวช แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ชวนคุยไปเรื่อย 

พี่เค้าก็ดี ติดใจรสพระธรรม อยากให้เราได้ลิ้มลองบ้าง 

เลยชักชวนกัน หลังจากคุยกันได้แป๊บเดียว 

รุ่งเช้าวันจันทร์ หกโมงเช้า ขับรถมารับถึงหน้าโรงแรม 

พาเข้าป่าไปไหว้พระที่วัดป่า ดาราภิรมย์ 

ถวายอาหารเช้าให้พระสงฆ์ แล้วก็ทานข้าวก้นบาตรกัน (เป็นการชวนทานข้าวที่ไม่เหมือนใครจริงๆ)

"น้องครับ .. ไปทานข้าวก้นบาตรกับพี่มั้ย"  ..อารมณ์แบบนี้ .. 

อืม คราวหน้าต้องจำไว้ไปจีบคนอื่นบ้าง 55+

พาไปทำบุญ ถวายอาหารไม่พอ พาไปฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าอาวาสและ หลวงพี่ต่างๆเสร็จสรรพ ครบวงจร 

พร้อมได้บทสวด พิธีบรรพชาอุปสมบท มาให้ท่องแก้เครียดไปพลางๆอีกต่างหาก 

..

 

ก็รู้สึกแปลกดี วันนึงเรายังไปเที่ยวกลางคืนเจอแสงสี อีกวันพระเจ้าก็ส่งอีกคนมาชวนเราเข้าวัดทำบุญเฉยเลย 

(แถมแนะนำให้บวชวันบวชพรุ่งอีกต่างหาก)

มาทริปนี้ เราก็กะจะมาลองเที่ยวคนเดียว เปิดหูเปิดตาอยู่แล้ว ..​ก็เลยอิ่มบุญไปกันถ้วนหน้า 

 

เอาบุญมาฝากคนในเว็บ exteen ด้วย

ใครแวะมาอ่านก็อนุโมทนาบุญกันไปด้วยนะครับ

 

ห้าดาวให้กับพี่จุ๊บ ผู้ชักชวนเข้าวงการพระสงฆ์ละกันครับ :) 

เนี่ยครับ ..ทิดจุ๊บ กับเพื่อนผม .. แหม .. ชักชวนกันมาทำบุญทำทานกันตั้งแต่เช้าแบบนี้

ฮักกั๋นนานๆเด๊อ 

หนีไปเชียงใหม่

posted on 12 Jul 2009 14:03 by myfivestars-ung  in Me

 หายไปนานมาก

เพราะว่ามีเรื่องอะไรหลายอย่างให้ทำ 

แถมมีเรื่องให้คิดเยอะ  

ช่วงนี้ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามีอั๊พบล๊อกซักเท่าไหร่

จริงๆ ระหว่างวันก็นั่งคิด อันนี้ก็อยากเอาไปใส่บล๊อก อันนั้นก็อยากใส่ 

แต่ก็ไม่ได้ทำซักที 

..

จริงๆตอนนี้มีปัญหากับที่บ้านครับ -*-

ประมาณว่า อยู่ดีๆพ่อก็เครียดเป็นไรไม่รู้ ไม่คุยกับใครในบ้านเลย 

 แล้วหนักสุดคือไม่คุยกับเราคนเดียว (เหมือนว่าคนอื่นที่บ้านต้องเจอกันที่ออฟฟิศด้วย เลยอาจจะเคลียร์ไปแล้ว)

แต่กับเอิง เราก็แทบไม่ได้เจอกับพ่ออยู่แล้ว พอกลับมาบ้านเจอกันที พอก็หน้าหงิกอีก ก็เลยยิ่งไม่ได้คุยกันใหญ่ 

พี่ชายก็เครียดที่พ่อเป็นแบบนี้ เลยมาลงที่เราอีก 

สรุปเลยรู้สึกเหมือนเป็นตัวอะไรไม่รู้อยู่ในบ้านรองรับอารมณ์

..ก็เลยเก็บกระเป๋าหนีมาเชียงใหม่ซะเลย 

เป็นครั้งแรกที่ออกมาเดินทางคนเดียวแบบนี้ 

(ไม่นับที่ต้องไปเรียนที่อังกฤษอะนะ) 

สนุกดีครับ

เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะเที่ยวคนเดียวได้ 

ไม่เคยคิดว่าจะทานข้าวในร้านอาหารคนเดียวได้ 

แต่เมื่อสถานการณ์มันพาไป เราก็เลยจำเป็นจะต้องทำแบบนั้น 

ก็พบความสุขอีกแบบที่ไม่เคยพบครับ

เราสามารถที่จะค่อยๆเลือกหนังสือในร้านหนังสือได้นานเท่าที่ใจอยาก 

เราสามารถที่จะนั่งพักเมื่อเราเหนื่อย หรืออยู่ดีๆอยากดูหนังก็สามารถเดินไปดูได้ โดยที่เราไม่ต้องรอใคร 

อยากทานข้าวไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย ก็ไม่มีใครมา ครหา ว่าเราว่าเป็นพวก anti-social 

ที่สำคัญ มันทำให้ผมได้คิดอะไรเยอะแยะไปหมดเลย 

ชีวิตเราบางทีมันก็ต้องมีเวลาแบบนี้บ้างน่ะเนอะ เวลาให้เราได้อยู่กับตัวเองคิดโน่นคิดนี่ 

ได้มีเวลาอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่าน แต่งเพลงที่คิดไว้ตั้งนานว่าจะแต่ง (ถึงแม้จะยังไปได้ไม่กี่ท่อนก็เถอะ)

สนุกดีครับ  

ขอเวลาชาร์จพลังอีกนิด แล้วค่อยกลับไปลุยกับปัญหาที่กรุงเทพฯใหม่ละกันนะ :)

 

 

ห้าดาววันนี้ ให้กับ ข้อดีของการอยู่คนเดียวแล้วกันครับ :) 

ฝันเกี่ยวกับในหลวง

posted on 08 Jul 2009 20:42 by myfivestars-ung  in Lucky, Me

เมื่อคืนนอนฝันล่ะ

ฝันว่าเดินเข้าไปงานจัดแสดงสิ่งของต่างๆ

และหนึ่งในนั้นก็คือเสื้อของในหลวง

เป็นเสื้อผ้าแพร สีเหลืองออกทองๆ

แล้วเราก็จำได้ว่าเราได้สัมผัสมันด้วย

 

..มีใครแปลฝันได้บ้างเนี่ย 55+

 

ถามคุณแม่ คุณแม่บอกว่าเป็นลางดี ..

ก็คงจะเป็นลางดีจริงๆมั้ง?

อยากรู้จังว่า​"ลาง"ที่ว่า จะมีอะไรรออยู่กันน้อออ

 

ห้าดาววันนี้ มอบให้กับความฝันเมื่อคืนก็แล้วกัน

(ปล ไม่รุ้จะเอาภาพประกอบอะไรมาลงดี) 

Airport

posted on 04 Jul 2009 06:34 by myfivestars-ung
Ah..
I haven't updated this blog in a very long time..
Actually..
Right now I'm about to go to Hong Kong..
So I won't be able to update this blog until at least tuesday..
Ah..
People, please don't forget me yet :)